
ไม่รู้ว่าด้วยความบังเอิญ หรือโชคชะตาที่ทำให้ ลิเวอร์พูล
ได้กลับมาลงเล่นที่กรุงอิสตันบูล ซึ่งถือเป็นเมืองแห่งความทรงจำของพวกเขาอีกครั้ง หลังเคยสร้างปาฏิหารย์ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ซีซั่น 2004-2005 ที่สนาม อตาเติร์ก สเตเดี้ยม โดยพวกเขาตามหลัง เอซี มิลาน ไปก่อน 0-3 ในช่วงครึ่งแรก ทว่าฮึดสู้กลับมาตามตีเสมอเป็น 3-3 ก่อนสุดท้ายเอาชนะ จุดโทษ 3-2 ส่งผลให้ “หงส์แดง ซิวแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ และในซีซั่นที่แล้ว ลิเวอร์พูล เอาชนะ ทอตแนม ฮอทสเปอร์ 2-0 คว้าแชมป์ยูซีแอล สมัยที่ 6 ส่งผลให้ทีมดังแห่งถิ่นแอนฟิลด์ได้กลับมาที่นครอิสตันบูลในฐานะแชมป์ยุโรปใบใหญ่เพื่อไล่ล่าความสำเร็จของฟุตบอลยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ เป็นสมัยที่ 4 ต่อจากปี 1977, 2001 และ2005 โดยความพร้อมล่าสุดในเกมนี้ เจอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมคนเก่งจะไม่มี อลีสซง เบคเกอร์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง เนื่องจากโกล์ทีมชาติบราซิลรายนี้ได้รับบาดเจ็บน่องมาจากเกมประเดิมสนามในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 ที่ ลิเวอร์พูล ถล่ม นอริช ซิตี 4-1 เมื่อวันที่ 9 ส.ค.นี้ โดยเบื้องต้นคาดต้องพักว่า 2-3 สัปดาห์ ทำให้จะเป็นโอกาสของ อาเดรียน นายด่านมือ 2 ที่เพิ่งจะเซ็นสัญญามาร่วมทัพเมื่อช่วงซัมเมอร์นี้แบบไร้ค่าตัวที่ได้โอกาสเฝ้าเสาแทน ทว่าจะได้ ซาดิโอ มาเน แนวรุกคนสำคัญกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังในเกมที่แล้วเจ้าตัวอยู่บนม้านั่งสำรองเนื่องจากความฟิตยังไม่ถึง ขณะที่ผู้เล่นหลักคนอื่นๆ ทั้ง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โรแบร์โต ฟีร์มีโน และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ พร้อมลงช่วยทีมทั้งหมด สำหรับ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของ ลิเวอร์พูล ในระบบ 4-3-3 ประกอบด้วย อาเดรียน, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจแอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, นาบี เกอิตา, ซาดิโอ มาเน, โรแบร์โต ฟีร์มีโน และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ โดย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็คซ้ายของทีมออกมากล่าวถึงเกมนี้ว่า “เรากำลังตั้งตาคอย สำหรับครั้งนี้เราได้สิทธิ์มาจากการคว้าแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก เพื่อมาถึงจุดนี้ มันจะเป็นเกมที่ยากกับ เชลซี ซึ่งพวกเขาทำได้ดีในการคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก มันจะเป็นเกมที่น่าสนใจ และเรารอคอยมัน และชัดเจนว่ามันเป็นโอกาสอีกครั้งซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้คว้าถ้วยรางวัลมากกว่านี้
เพิ่มเติม >> http://chokdee.over-blog.com/2019/08/1905.html