
นักฟุตบอลของพระราชา มีความหมาย และยิ่งใหญ่ที่สุด ของนักฟุตบอลไทย และคนไทยทุกคน
เพราะเป็น ถ้วยของพระมหากษัตริย์ไทย ที่ผู้ชนะเลิศ จะได้สัมผัสถ้วยรางวัลที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และ เป็นรางวัลสูงสุดที่นักฟุตบอลไทยทุกคนอยากได้รับเกียรตินี้ พร้อมทั้งเป็นความสิริมงคลแห่งชีวิตนักฟุตบอลและ เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลที่ได้มีโอกาสรับใช้ชาติ เป็น “นักฟุตบอลของพระราชา“ เริ่มตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2511 ปีที่ถือกำหนด ฟุตบอลรายการนี้ สมาคมฟุตบอล ภายใต้ การนำของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ ยมนาค นายกสมาคมฯ มีหนังสือถึงราชเลขาธิการเพื่อขอให้นำความขึ้นกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อความได้ทรงทราบใต้เบื้องพระยุคลบาท พระองค์ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ พร้อมทั้งพระราชทานถ้วยถมทองคำ สำหรับทีมชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานนี้จะไม่เป็นกรรมสิทธิ์แก่ทีมฟุตบอลใด แต่จะต้องมีการจัดแข่งขันเป็นประจำทุกปี จนมาถึงปัจจุบันนี้ ปีที่ 51 ได้มีการจัดการแข่งขันไปทั้งหมด 46 ครั้ง ตลอดการแข่งขัน คิงส์คัพ ได้สร้าง นักฟุตบอลไทย ให้กลายเป็นตำนานขวัญใจมาได้ทุกยุคทุกสมัย เริ่มตั้งแต่คิงส์คัพครั้งแรก ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ นักฟุตบอลทีมชาติไทย เจ้าของสมญานาม “สิงห์สนามศุภ , สุทิน – สุรัก ไชยกิตติ, นที ทองสุขแก้ว ” หรือที่แฟนบอลจำได้แม่น คือยุคของ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ที่ติดทีมชาติไทยครั้งแรกด้วยอายุน้อยที่สุด จนมีปรากฎการที่มีแฟนบอลล้นสนามที่เรียกกันว่า “สนามแตก”
รวมไปถึงนักฟุตบอลในสมัยนี้หลายต่อหลายคนที่ได้โอกาสจากฟุตบอลรายการนี้ เมสซี่เจ”ชนาธิป สรงกระสินธ์ เคยถูก วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือทีมชาติไทยตอนนั้น เรียกสู่ทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 เมื่อปี 2556 ก่อนก้าวขึ้นมาโด่งดังเป็นผลุแตกในยุคนี้ รวมไปถึง ตอง “กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ สมัย “ไบรอัน ร็อบสัน เป็นกุนซือทีมชาติไทย ขณะนั้นเรียกตัวติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกในคิงสัพ ครั้งที่ 40 เมื่อปี 2553 เช่นเดียวกับนักฟุตบอลต่างชาติ ที่เคยผ่านเวทีนี้มาแล้วทั้งนั้น ไล่ตั้งแต่ดีกรีแชมป์โลกบราซิล โรนัลดินโญ่, คาฟู, โรแบร์โต้ คาร์ลอส และริวัลโด้ , ชา บุม กุน , ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล, เจสเปอร์ โอลเซ่น, ไบรอัน เลาดรู๊ป, เฮนริค ลาร์สสัน, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หลายคนมาในช่วงที่ยังเป็นนักเตะดาวรุ่ง แต่ทุกวันนี้กลายเป็นยอดนักฟุตบอลของโลกแทบทั้งนั้น สำหรับคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ประจำปี 2562 จะมีขึ้นในวันที่ 5 กับ 8 มิถุนายนนี้ ที่สนามช้างอารีน่า จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี 4 ชาติเข้าร่วมประกอบด้วย เจ้าภาพทีมชาติไทย ทีมชาติเวียดนาม ทีมชาติอินเดีย และทีมชาติกือราเซา โดยแต่ละทีมที่เข้าร่วมมีแรงกิ้งที่ดีกว่าทีมชาติไทยทุกทีม แน่นอนว่า จะการันตีความสนุกตื่นเต้น 3 ชาติที่เข้าร่วมได้ส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดเข้าร่วมการแข่งขันแน่นอน เนื่องจากเป็นช่วงปฏิทินการแข่งขันของสหพันฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) หรือ “ฟีฟ่า เดย์” ซึ่งยืนยันว่าจะเป็นเกมระดับ “เอ แมตช์” เหนือกว่าสิ่งอื่นใด หากว่าทีมชาติไทย สามารถคว้าแชมป์มาครองได้ในปีนี้ จะเป็นเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนไทย โดยถือเป็นครั้งแรกที่ได้รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์บดินเทพยวรางกูร เพื่อน้อมเกล้าฯร่วมเฉลิมฉลอง “เถลิงราชสมบัติรัชกาลที่ 10”
เพิ่มเติม >> http://chokdee.over-blog.com/2019/06/-692.html